Call: 02-666-1933
         Call: 02-666-1933

Mrs Naomi Grassi: Early Years teacher


“I still try to ensure I am ‘that’ teacher. The one that I hope can inspire and ensure the children in my classroom feel happy and confident enough to try everything and never be afraid to make mistakes.”


Growing up with a mother as a teacher, my two older sisters and I had regular discussions about how we would never want to follow in her footsteps. I mean, all that work and stress – “who in their right mind would want to do that” we would say! I wanted to be a famous tennis or squash player – an explorer even!



My school days were very different to those my own two children are experiencing. Being a military kid, my sisters and I went to boarding school while our parents lived and worked in different countries. Age seven, I went away for the first time. Looking back now, it is hard to believe that we took all this in our stride, but at that time, it was just one big adventure! From that first night in my new school, my school community became everything to me. The relationships I made with the teachers, staff and friends helped to make school a place that I could grow and flourish.


Fast forward a couple more boarding schools, time spent living and working in Italy and Belgium and extensive travel/environmental work in Central America, I completed a BA (Hons) degree in Business Management with Italian at the University of Birmingham and Bari.



It was around this time that my mum asked me to come and visit her in Uganda where she had taken on a headship of a primary school for orphans in Kampala. Having not yet found my niche, I agreed and went over to help set up the school garden and help with their sports programme. This was also when I stepped into a classroom for the first time. I was immediately taken aback by the relationships the children had with their teachers. These children were given a second chance in life and were elated to be at school. The pure joy and pleasure they showed in being given the opportunity to learn and feel safe and secure was truly heartwarming. This was my turning point. I needed to be that teacher. Being in the classroom took me back to my days at boarding school and I remembered all those teachers who hadn’t just been my teachers. They had been my family, my role-models, my friends and most of all, they had encouraged me to take risks and believed in me.


On return to the UK, I immediately applied to do a PGCE DipEd in Early Years at the University of Birmingham and the rest, as they say, is history! I now have 14 years experience of working at schools in the UK as class teacher and head of Early Years. I also spent two years working at an international school in Shanghai in 2012, so I already understand the challenges and rewards of working within the international school system.



My husband and I have moved to Thailand with our two children and we feel very fortunate that we are part of the DBS community, giving our children the opportunity to live and study in a global context. We knew that we wanted our children to experience an international education so they can develop as adaptable, creative and confident global citizens in a changing world. The facilities and the inspiring community of talented teachers here at DBS will help to give them the knowledge, values and skills they need to achieve this.


Working in Thailand gives us the opportunity to continue to travel and explore this side of the world. We’re enjoying the food, the climate, swimming, tennis and recently, I have fallen in love with Muay Thai. How lucky are we to have all this on our doorstep!



My love of teaching remains the same as it was on the first day I stepped into that classroom in Uganda. I still try to ensure I am ‘that’ teacher. The one that I hope can inspire and ensure the children in my classroom feel happy and confident enough to try everything and never be afraid to make mistakes. I may not have quite made it to Wimbledon, but I’m very happy with what I’ve achieved so far.

“ฉันพยายามเพื่อทำให้มั่นใจว่าฉันจะเป็น ‘ครูคนนั้น’ ครูที่คอยสร้างแรงบันดาลใจเพื่อทำให้แน่ใจว่าเด็ก ๆ ในห้องเรียนของฉันจะต้องมีความสุขและความมั่นใจมากพอที่จะลองทำทุก ๆ อย่างและไม่กลัวหากทำผิดพลาด”


แม่ของฉันเป็นครู ฉันและพี่สาวทั้งสองคนของฉันเติบโตมาด้วยกันและเราก็มักคุยกันอยู่เป็นประจำว่าพวกเราไม่อยากเดินตามรอยเท้าของแม่ อาชีพครูนั้นเป็นงานที่หนักและเครียด “ใครจะอยากทำงานแบบนั้นล่ะ!?” นี่คือสิ่งที่ฉันพูดกับพี่สาวอยู่บ่อยครั้งในตอนเด็ก ตัวฉันเองนั้นอยากเป็นนักเทนนิสหรือนักสควอชมืออาชีพที่มีชื่อเสียง หรือเป็นนักสำรวจด้วยซ้ำ!



ลูกทั้ง 2 ของฉันมีชีวิตในวัยเรียนไม่เหมือนกับฉันในวัยเด็ก ครอบครัวของฉันเป็นครอบครัวทหาร ฉันและพี่สาวของฉันต้องเข้าโรงเรียนประจำในขณะที่พ่อแม่ของพวกเราอาศัยอยู่และทำงานในต่างประเทศ เมื่อฉันอายุได้ 7 ขวบ ฉันได้มีโอกาสไปใช้ชีวิตในต่างประเทศเป็นครั้งแรก ซึ่งในครั้งนั้นเราคิดว่าการใช้ชีวิตต่างแดนเป็นการผจญภัยครั้งใหญ่เพียงครั้งเดียว แต่หลังจากที่ฉันได้ใช้เวลาคืนแรกที่โรงเรียนใหม่ของฉัน โรงเรียนนั้นก็กลายเป็นทุก ๆ อย่างในชีวิตของฉัน ฉันมีความสัมพันธ์ที่ดีทั้งกับครู เพื่อนนักเรียน และบุคคลากรโรงเรียน โรงเรียนกลายเป็นสถานที่ที่ฉันได้เติบโตอย่างงดงาม


ต่อมาฉันก็ย้ายไปอยู่โรงเรียนประจำอีกสองสามแห่ง จากนั้นฉันได้ใช้ชีวิตและทำงานที่ประเทศอิตาลีและเบลเยี่ยม ได้เดินทางบ่อยครั้งและทำงานด้านสิ่งแวดล้อมในทวีปอเมริกากลาง ฉันสำเร็จปริญญาศิลปศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยม) ด้านการจัดการธุรกิจกับภาษาอิตาลี ที่มหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮมและบารี



ศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยม) ด้านการจัดการธุรกิจกับภาษาอิตาลี ที่มหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮมและบารี

และในช่วงเวลานี้ แม่ของฉันก็บอกให้ฉันไปเยี่ยมเธอที่ประเทศยูกันดา แม่ของฉันเป็นครูใหญ่ที่โรงเรียนประถมเพื่อเด็กกำพร้าแห่งหนึ่งในเมืองกัมปาลา ตอนนั้นฉันยังหาเส้นทางชีวิตตัวเองไม่เจอ ฉันจึงตกลงไปยูกันดาและช่วยแม่ของฉันที่โรงเรียนแห่งนั้น ฉันช่วยสร้างสวนและวางแผนกิจกรรมกีฬาให้กับโรงเรียน และเมื่อฉันได้เข้าไปสัมผัสกับบรรยากาศในห้องเรียนที่นั่นครั้งแรก ฉันก็รู้สึกทึ่งกับเด็ก ๆ ที่มีความสัมพันธ์ที่ดีมาก ๆ กับครูของพวกเขา เด็กกำพร้าเหล่านี้ต่างดีใจและมีความสุขที่ตนได้รับโอกาสครั้งที่สองในชีวิต ได้เรียนหนังสือ และรู้สึกปลอดภัยในโรงเรียน ความดีใจและความสุขที่ล้นปรี่ของเด็ก ๆ เหล่านี้ทำให้ฉันรู้สึกอบอุ่นหัวใจมาก ประสบการณ์ของฉันในยูกันดาครั้งนั้นคือจุดเปลี่ยนของฉันที่ทำให้ฉันอยากเป็นครู การได้อยู่ในห้องเรียนทำให้ฉันนึกย้อนกลับไปสมัยที่ฉันเป็นเด็กนักเรียนในโรงเรียนประจำ ฉันคิดถึงครูทุกคนของฉัน พวกเขาไม่ได้เป็นแค่ครู แต่พวกเขาคือครอบครัวของฉัน คือบุคคลตัวอย่าง คือเพื่อนของฉัน และที่สำคัญที่สุด ครูของฉันสนับสนุนให้ฉันกล้าเสี่ยงและครูก็เชื่อมั่นในตัวฉัน


เมื่อฉันกลับมาที่สหราชอาณาจักร ฉันก็สมัครสอบวุฒิครู PGCE DipEd สำหรับชั้นปี  Early Years ในทันทีที่มหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮม และจากนั้นฉันก็เริ่มเส้นทางวิชาชีพครู ปัจจุบันฉันมีประสบการณ์การทำงานที่โรงเรียนในสหราชอาณาจักรนาน 14 ปี ทั้งในฐานะครูประจำชั้นและหัวหน้าแผนกชั้นเด็กเล็ก Early Years ด้วย ฉันยังได้มีโอกาสทำงานที่โรงเรียนนานาชาติ ที่นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน นาน 2 ปีในปี พ.ศ. 2555 ดังนั้น ฉันจึงเข้าใจถึงความท้าทายและผลลัพท์ที่ทรงคุณค่าของการได้ทำงานภายในระบบโรงเรียนนานาชาติด้วย



สามีของฉันและตัวฉันเองย้ายมาประเทศไทยพร้อมกับลูกสองคนของเรา เรารู้สึกโชคดีมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของชุมชน DBS ที่นี่ ที่ซึ่งทำให้ลูก ๆ ของเราได้มีโอกาสใช้ชีวิตและศึกษาในต่างที่ต่างวัฒนธรรม เราต้องการให้ลูกของเรามีประสบการณ์การศึกษาระดับนานาชาติ เพื่อที่พวกเขาจะได้พัฒนาตัวเองให้รู้จักปรับตัว มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความมั่นใจ ในฐานะพลเมืองของโลกนี้ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา สิ่งอำนวยความสะดวก อาคารสถานที่ และชุมชนครูที่โรงเรียนนานาชาติ DBS นั้น เต็มไปด้วยความรู้ ความสามารถ และแรงบันดาลใจ ที่จะช่วยให้เด็ก ๆ ได้มีความรู้ มีค่านิยม และทักษะที่จำเป็นต่อการเป็นพลเมืองโลกที่ดี 

การทำงานในประเทศไทยทำให้เรามีโอกาสได้ท่องเที่ยวและสำรวจโลกฝั่งเอเชีย เราชื่นชอบอาหาร สภาพอากาศ กีฬาว่ายน้ำ เทนนิส และเมื่อเร็ว ๆ นี้ ฉันก็หลงรักกีฬามวยไทยด้วย เราโชคดีมากที่มีทั้งหมดนี้อยู่ใกล้แค่เอื้อม!



ฉันยังคงรักในการสอนเหมือนเดิมตั้งแต่ในวันแรกที่ฉันก้าวเข้าไปในห้องเรียนห้องนั้นที่ประเทศยูกันดา ฉันพยายามเพื่อทำให้มั่นใจว่าฉันจะเป็น ‘ครูคนนั้น’ ครูที่คอยสร้างแรงบันดาลใจเพื่อทำให้แน่ใจว่าเด็ก ๆ ในห้องเรียนของฉันจะต้องมีความสุขและความมั่นใจมากพอที่จะลองทำทุก ๆ อย่างและไม่กลัวหากทำผิดพลาด ฉันอาจจะยังไปไม่ถึงจุดสูงสุดของอาชีพ แต่ฉันก็มีความสุขมากกับสิ่งที่ฉันได้ทำในตอนนี้ Aşağı Dudullu ,escort